“เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 8 (ตอนจบ)

ค.ศ.1899 Lord Curzon อุปราชของจักรภพอังกฤษ ประจำอินเดีย (British Viceroy of India) เขียนไว้ เมื่อยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษว่า อิหร่านและเพื่อนบ้านเป็นหมากที่สำคัญบนกระดานของเกมชิงโลก และอนาคตของจักรภพอังกฤษ ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณนั้นแหละไม่ใช่อยู่ที่ยุโรป
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

“เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 8 (ตอนจบ)

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:38 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อติดคอ”
ตอนที่ 8 (ตอนจบ)


ตั้งแต่อเมริกาบีบให้สหประชาชาติคว่ำบาตรอิหร่าน ตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 อิหร่านก็เปิดประตูรับแขกตะวันตกน้อยลง โดยเฉพาะสัญชาติอเมริกัน สมน้ำหน้า ! เขาไม่รับให้เข้าไปเดินเล่นในประเทศ แล้วคุยผ่านคนกลาง มันจะน่าเชื่อถือได้มากหรือน้อย อิหร่านทำตัวต่างกับสมันน้อย ที่เปิดมันหมดทั้งประตูหน้า ประตูหลัง หน้าต่างมีกี่บานเปิดถ่างมันหมด ข้อมูลทุกอย่างก็ไหลเหมือนท่อแตก ทำให้การวางแผนควบคุม (ไม่อยากใช้คำว่า เขมือบหรือขม้ำ มันแสลงใจกัน) สมันน้อย จึงเหมือนแค่ปลอกกล้วยให้ลิงกิน

ตั้งแต่รบกับอินเดียนแดงชนะ ได้แผ่นดินเขามาครอง อเมริกาเคยรบข้าศึก หรือ ศัตรูในประเทศตัวเองบ้างไหม คำตอบคือไม่เคยเลย เคยแต่รบกันเอง เดินดาหน้าเป็นแถว ยิงปืนใส่กัน สมัยสงครามกลางเมืองเหนือใต้หลายร้อยปีมาแล้ว นอกนั้นอเมริการบนอกบ้านทั้งสิ้น แล้วการรบของอเมริกาที่นอกบ้านเป็นอย่างไร ที่เกาหลี เวียตนาม อาฟกานีสถาน และอิรัก รวมทั้งหลายแห่งในอาฟริกา ล้วนเป็นการรบกับประเทศที่ด้อยกว่าทั้งด้านอาวุธและฝีมือ อเมริกาใช้เวลา อาวุธ และกำลังพล เหมือนขี่ช้างไปจับตั๊กแตน และผลลัพธ์ ถ้าไม่แพ้น๊อกเช่นที่เวียตนาม ก็แพ้คะแนนในการรบทุกแห่ง ยกเว้นอาฟริกา ที่เหมือนรบกับคนใกล้ตาย อันนี้เป็นคำกล่าวของนายทหารอเมริกันเอง แล้วอิหร่านเป็นตั๊กแตนแน่หรือ ถ้าเป็นตั๊กแตน ก็ตั๊กแตนติดนิวเคลียร์ ดูเอาจากรายงานของคณะทำงานฉบับวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.2006 ก็คงจะพอเดากันออก

อเมริกาที่ใครๆคิดว่าแน่ คิดว่าใหญ่ เป็นพี่เบิ้มครองโลกหมายเลขหนึ่ง ดูเหมือนจะเก่งทางสร้างภาพผ่านสื่อ เอะอะก็ขู่จะเอากองทัพไปถล่มเขา เห็นลมพัดใบตองแห้งเป็นไม่ได้ ต้องออกเสียง แต่ก็ยังมีหลายคนในแดนสมันน้อย ที่กลัวพี่เบิ้มใบตองแห้ง จนไม่กล้าขยับหนี คงเพราะถูกครอบด้วยกระป๋องสี่เหลี่ยมติดตายอยู่ที่หัว หรืออิ่มจนพูดไม่ออก เฮ้อ! เหนื่อยใจ! ไม่เบื่อกระป๋องสี่เหลี่ยม คิดถอดออกบ้างหรือไงครับ…!?

ถึงอิหร่านจะถูกจับเป็นเหยื่อ มาเป็นเวลานานกว่า 100 ปี แต่ไม่ได้หม่ายความว่า เมื่อตกเป็นเหยื่อแล้ว จะต้องเป็นเหยื่อเขาไปตลอดกาล เหยื่อที่อ่อนแอเท่านั้นที่คิดเช่นนั้น อิหร่านบอกว่าข้อเสนอของคาวบอย Bush เมื่อกลางปี ค.ศ.2006 เหมือนกับให้รัฐบาลอิหร่านไปเลียเกือกบู๊ทของ Bush ต่อหน้าสาธารณะ และเป็นการจบสิ้นศักดิ์ศรีทางการเมืองของอิหร่าน “ Bush might as well have offered the Iranian regime a chance to lick his boots in public and commit political suicide…”

เดือนตุลาคม ค.ศ.2007 คุณพี่ปูตินทำให้โลกอ้าปากค้าง มองตาไม่กระพริบ คุณพี่เดินทางไปอิหร่านอย่างเป็นทางการในฐานะหัวหน้ารัฐบาลของรัสเซีย หลังจากรัสเซียไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนอิหร่านมา 60 ปี คุณพี่ประกาศในการไปเยี่ยมอิหร่านว่า รัสเซียจะปกป้องอิหร่านจากการคุกคามของอเมริกา เหมือนเป็นทางการเตือนผ่านไปในอากาศ ข้ามทวีปไปถึงคาวบอย Bush ว่า “โปรดระวัง” เตือนมา 7 ปีมาแล้ว การเตือนนี้จะยังมีผลอยู่หรือไม่ น่าติดตาม

เสียงเตือนของคุณพี่ปูติน ถูกแปลงเป็นการเร่งเครื่อง คาวบอยอเมริกันเหมือนถูกหยามหน้า Pentagon รายงานว่า มีการหารือกันถึงการวางแผนจะให้ของขวัญอิหร่าน จะเอาแบบ “a broad bombing attack” ทิ้งระเบิดแบบปูพรมทั่วไปทั้งเตหะราน หรือเอาแบบ “surgical” ส่งให้เฉพาะกองทัพของอิหร่านดีนะ เรือรบจำนวนกว่าครึ่งของกองทัพเรืออเมริกา ถูกสั่งให้พร้อมเคลื่อนที่ประชิดอิหร่าน หน่วยงานความมั่นคงของอเมริกา National Security Strategy ออกข่าวในเดือนกันยายน ค.ศ. 2006 ว่า “เราอาจจะไม่เคยเจอประเทศใดเพียงประเทศเดียว ที่ท้าทายเราได้มากเท่าอิหร่าน !” เป็นคำพูดที่น่ากลัวมาก จากหน่วยงานความมั่นคง ของนักล่าใบตองแห้ง

เจ้าหน้าที่อเมริกันบันทึกว่า การแข่งขันระหว่างอเมริกา รัสเซีย ได้เริ่มต้นใหม่อีกแล้ว การแข่งขันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่มันเป็นการแข่งขันชิงตำแหน่งแชมป์โลก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหารในตะวันออกกลาง และเลยไปกว่านั้น แต่นับจากวันนั้นถึงวันนี้ มันก็มีแต่การคว่ำบาตรกับการส่งเสียงใส่ใบตองแห้ง พี่เบิ้มอเมริกายังไม่ขยับเข้าไปใกล้เหยื่อชื่ออิหร่านมากกว่านั้น ยังปล่อยให้คาคออยู่อย่างนั้น

จะเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก ต้องมีอุปกรณ์พร้อมอย่างน้อย 3 อย่าง อาวุธหนัก ทุนหนา และน้ำมันแน่น (ถัง) มันเป็นส่วนผสมที่เสริมสร้างกันเอง ดังนั้นอเมริกาต้อง “ได้” ตะวันออกกลาง ที่มีแหล่งน้ำมันกว่าครึ่งของโลก แต่จะได้ตะวันออกกลางอยู่ในมือเบ็ดเสร็จ ต้องจัดการเอาซาอุดิอารเบีย และอิหร่าน 2 ประเทศใหญ่ของตะวันออกกลาง มาอยู่ในกรงเลี้ยงให้เชื่อง

ซาอุดิอารเบียติดอาหารยี่ห้อกระดาษสีเขียวตรานกอินทรีย์จนอิ่มแปร้ เกาะนิ่ง แม้บางครั้งจะออกอาการกระสับกระส่าย แต่ไม่ออกฤทธิ์ ตรงกันข้ามกับเหยื่อชื่ออิหร่าน

อิหร่านดิ้นรน ออกแรง เพื่อให้หลุดจากกรงเหยื่อมานาน และอเมริกาก็ใช้สารพัดกับดัก ไม้เสี้ยม ไม้เสียบเพื่อให้เหยื่อเชื่องอยู่มือ อเมริกาคิดว่าเหยื่อทุกรายในตะวันออกกลาง (และดูเหมือนจะทั้งโลก !) จะชอบอาหารยี่ห้อเดียวกัน อาจจะใช่ แต่ไม่แน่ว่าจะเสมอไป และตลอดไป เมื่อหมดหนทางทำให้เหยื่อเชื่อง อเมริกาก็ตัดสินใจทำลายเหยื่ออย่างเหี้ยมโหด

อิหร่านไม่หวังจะเป็นเหยื่อตลอดกาล แต่จะสู้โดยลำพัง ไม่แน่ว่าจะหลุดจากกรงได้ อิหร่านรู้จักสร้างแนวร่วม อิรัก เลบานอน และซีเรีย ซึ่งค่อยๆย้ายที่มายืนแถวเดียวกับอิหร่าน แต่ที่สำคัญ อิหร่านรู้จักแยกว่าใครคือเพื่อน และใครคือศัตรู

สำหรับรัสเซียและจีน เพื่อไม่ให้อเมริกาครอบครองตะวันออกกลางทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ทั้งรัสเซียและจีนเสียเปรียบ และอาจจะถึงเสียหาย จึงมีแต่จะต้องสนันสนุนอิหร่านให้เข้มแข็ง ให้เป็นไม้ขวางที่หนักและเคลื่อนย้ายยาก เหมือนท่อนซุงขวางทาง ไม่ให้อเมริกาก้าวครอบตะวันออกกลางทั้งหมดได้ง่ายๆ ยิ่งบวกอิรัก ซีเรีย และเลบานอน เข้าไปด้วย 4 ประเทศ รวมเป็นเสี้ยวพระจันทร์ อเมริกาเห็นแล้วก็คงหนาว ขบวนการเข้าไปในอิรัก ฉายหนังโหดซ้ำซากรอบหลังนี้ และการทำลายซีเรีย ซึ่งไม่น่าต้องถามว่าฝีมือใคร

นับตั้งแต่คุณพี่ปูติน เดินเข้าไปจับมือกับอิหร่านเมื่อ 7 ปี ที่แล้ว สัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอิหร่าน รวมทั้งจีน ดูเหมือนยิ่งกระชับและชิดแน่น การสนับสนุนร่วมมือระหว่าง 3 ประเทศ มีทั้งเปิดเผยและปิดลับ มันเป็นการเปิดทางให้เหยื่อก้าวย่างออกจากกรงอย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ

อิหร่านถูกเหล่านักล่าตะวันตก ขูดเลือดเอาน้ำมันมากว่า 70 ปี จนถึงทุกวันนี้ก็ยังถูกขูดอยู่ ผ่านสงครามโลกมา 2 ครั้ง ก็ยังถูกหลอก ถูกย่ำยี จนศักดิ์ศรีของประเทศและประชาชนกร่อนแห้ง จากถูกอังกฤษขูดเลือด มาถูกอเมริกาเลาะเนื้อเถือกระดูกต่อ คนอิหร่านยอมลำบาก แต่ไม่ยอมก้มหัวเป็นเหยื่ออีกต่อไป

เมื่อเหยื่อรายสำคัญ ตัดสินใจเลือกเดินออกจากกรง อเมริกาจะปล่อยมือ เปิดกรงให้ง่ายๆเช่นนั้นหรือ อเมริกาน่าจะคิดหนัก แต่ดูเหมือนเสียง “โปรดระวัง” ของคุณพี่ปูตินจะลอยลมมาผ่านข้ามไปอีกฟากหนึ่งของโลก......ให้อเมริกาได้ยิน.....อีกรอบหนึ่ง

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
25 กันยายน 2557

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... permPage=1
แนบไฟล์
10626510_908385459189935_6159700650048171813_n.jpg
10626510_908385459189935_6159700650048171813_n.jpg (50.74 KiB) เปิดดู 332 ครั้ง



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13281
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 8 (ตอนจบ)

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:39 pm

Suneewan Pensook อยากให้พวกประเทศ"เหยื่อที่เป็นเป้าหมาย"ของพญามารแบบอเมกา รวมตัวแปะมือกันสู้กันสักตั้ง มันจะได้รู้ว่าการเอาเปรียบข่มเหงมนุษยชาติด้วยกันเป็นความเลวร้ายที่สุด ..โลกกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 16 · 25 กันยายน 2014 เวลา 17:46 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมถึงเขียน เรื่องอิหร่าน ซึ่ง จะรับบทสำคัญ ขอให้ตามดูกัน รัสเซีย จีน กลุ่ม Brics บวก อิหร่าน กับ แนวร่วม ถ้า เขาถูกบีบ จนรวมตัวกัน อเมริกา น่าจะอาการหนัก และเราอาจได้เห็นสงครามโลก คร้ังที่ 3
ถูกใจ · 18 · 26 กันยายน 2014 เวลา 1:52 น.

Chompunoot Morachat อืม...แฟน ๆ นิทานฯ น่าจะเตรียมการส่วนตัวด้วย ในการรับมือสงคราม...
ถูกใจ · 5 · 26 กันยายน 2014 เวลา 6:25 น.

บารายนา ชิดชม อาจารย์คะ ระเบิดนิวคลียรส์ ที่มีกันเอาออกมายิง เละคะ คงไม่รับมือละคะ ดู ที่ฮิโรชิมา ของญี่ปุ่น //สวดมนต์คะ แอบหวังคะ อิอิ
ถูกใจ · 4 · 26 กันยายน 2014 เวลา 9:35 น.

Suneewan Pensook เพราะการถูกบีบอย่างไม่เป็นธรรม จึงเกิดความ."เหลืออด" ไม่สู้ก็ตาย อาจไม่เหลือประเทศ ไม่เหลือทรัพยากรไว้ให้ลูกหลาน ถ้าสู้โดยรวมตัวกันแน่นๆ ยังมีโอกาสรอดแถมฝากรอยแผลให้มันบ้าง ..
ถูกใจ · 3 · 26 กันยายน 2014 เวลา 10:10 น.

Suneewan Pensook ส่วนการรับมือ กับสงคราม ตอนนี้ก็มีน้องสาวกะน้องเขย ปลูกข้าวกินเองและเลี้ยงไก่ไข่ไว้กินไข่มั่งแล้วค่ะอ.Chompunoot ^^
ถูกใจ · 3 · 26 กันยายน 2014 เวลา 10:12 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

บารายนา ชิดชม ขอบคุณคะ//// ลุงนิทานจะพักเครื่องไหมคะ //เรื่องใหม่จะเป็นเรื่องอะไรคะ// จิ๋กโก๋ ออกล่าเหยื่อไปทั่ว เจอนักเลงจริง พี่ปู และอาเฮียคอยขวาง //ภาค 3 จิํกโก๋น่าจะถูกรุมสกรัมบ้าง จะได้หายกร่าง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 25 กันยายน 2014 เวลา 22:45 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น อาจจะพักยาวเลยครับ
ถูกใจ · 7 · 26 กันยายน 2014 เวลา 1:54 น.

Ann Sriprapand พักยาว...เราไม่ยอมๆ
ถูกใจ · 2 · 26 กันยายน 2014 เวลา 6:04 น.

Chompunoot Morachat พักเถอะค่ะท่านลุง ทำงานหนักมากแล้ว ก็พักยาว ๆ สักช่วง เติมพลังกายพลังใจ....
ถูกใจ · 2 · 26 กันยายน 2014 เวลา 6:21 น.

ไอติม โคน ขอให้คุณลุงสุขภาพแข็งแรงมากๆ
ถูกใจ · 2 · 26 กันยายน 2014 เวลา 7:49 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

ไอติม โคน พันธมิตรอิหร่านกำลังลำบากกันทั้งนั้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 25 กันยายน 2014 เวลา 18:16 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น พันธมิตรอเมริกา ก็ใช่ว่าจะหายใจสดวกนะครับ
ถูกใจ · 8 · 26 กันยายน 2014 เวลา 2:22 น.

Peter AU ไม่ค่อยพูดถึงเยรมัน-อิตาลี-เมื่ออดีตมั่งเลย..และเรื่องที่สหภาพโซเวียตแตกเป็นสิบชิ้น..มันมีเบื้องหลังอะไร..มันไม่น่าจะง่ายๆแค่นี้...ตามข่าวทีวีทั่วไป..ทำไมก่อสงครามเย็นมาตั้งนาน...อยู่ๆมายอมเชื่อเมกาไปดื้อๆยอมให้แยกประเทศเป็นสิบประเทศ..ไม่มีใครเฉลียวใจเชียวหรือ...
ถูกใจ · 2 · 26 กันยายน 2014 เวลา 16:42 น.

Napassorn Hoebeke จำได้จากที่อ่านนิทาน มีอยู่ตอนหนึ่ง คุณนิทานฯ เล่าว่าเพราะสหภาพโซเวียตทำสงครามในอัฟกานิสถาน จนเศรษฐกิจของประเทศยับเยิน ฉ ห เกือบจะ หรือล้มละลายไปเลย จีงทำให้ต้องแยกประเทศออกไป อุ้มไม่ไหวแล้ว คงไม่ใช่เชื่อเมกาอย่างเดียวหรอกคะ แต่น่าจะไปไม่รอด อดอยากกัน มากกว่า
ถูกใจ · 4 · 27 กันยายน 2014 เวลา 21:18 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Ann Sriprapand ยิ่งอ่านยิ่งจนลุก เวลาและสถานการณ์เหมือนใกล้ตัวเข้าไปทุกที
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 25 กันยายน 2014 เวลา 17:53 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ใกล้เข้ามากแล้วครับ
ถูกใจ · 6 · 26 กันยายน 2014 เวลา 2:23 น.

จตุพร เพชรเรียง คุณลุงนิทาน สงครามโลกไกล้แค่เอื้อม คนไทยร้อยละ 99 ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ^^"
ถูกใจ · 1 · 1 ตุลาคม 2014 เวลา 15:24 น.

สามารถ ดี เมกาเป็นเครื่องมือมากกว่าไหม... เมื่อเมกาอ่อนแอผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงจะสละเมกาทิ้ง ไม่เกิดมั้งสงครามระหว่ามหาอำนาจ..เพราะไม่มีประโยชน์ใดใด
ถูกใจ · 14 ตุลาคม 2014 เวลา 14:51 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Un Aun Unther มันน่าขมขื่นใจจนไม่รู้จะอธิบายยังไงออกมาเป็นคำพูดได้ ถึงความสาระเลว ที่มนุษย์กระต่อมนุษย์ด้วยกัน https://www.facebook.com/chompunoot.mor ... =notify_me
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 26 กันยายน 2014 เวลา 1:02 น. · มีการแก้ไข

สามารถ ดี เพราะมนุษย์เป็นเหยือของความเห็นแก่ตัว และขาดคุณธรรม เอาเปรียบขอให้ได้มาซึ่งอำนาจ ทรัพสิน
ถูกใจ · 14 ตุลาคม 2014 เวลา 14:53 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Nui Cholada Langkulsane ขอบพระคุณค่ะสำหรับความรู้และข้อมูลดีๆ ทำให้รู้ที่มาที่ไป อย่างกระจ่างแจ้งจริงๆ _/\_
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 25 กันยายน 2014 เวลา 20:36 น.

IamMara Faii Mkk น่าแปลกใจมากค่ะเพราะตอนนี้ราคาขายปลีกน้ำมันที่สหรัฐลดลง ตั้งแต่มีการเข้าโจมตีซีเรียทางอากาศ....
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 25 กันยายน 2014 เวลา 19:39 น.

Sarit Vitoorapakorn สมันน้อยของเรา ยังมีปัญหาจากกลุ่มนักวิชาการรับจ้างอยู่เลย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 26 กันยายน 2014 เวลา 8:53 น.

Chompunoot Morachat ความหมายที่บอกว่ารับมือ ก็คือ ให้รีบท่องบทสวดให้ครบทุกบทจนขึ้นใจนั่นแหล่ะค้า...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 26 กันยายน 2014 เวลา 9:43 น.

Augustus Xi Zhuang ขอบคุณครับลุงนิทาน พักก่อนแข็งแรงแล้วกลับมาใหม่นะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 30 กันยายน 2014 เวลา 23:01 น.

Prakoon Larakee มักหลายครับ อาจารย์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 กันยายน 2014 เวลา 20:20 น.

Pissanu Phattanawat เห็นจีนเอาเรือรบไปจอดอยู่ที่อิหร่านเพื่อซ้อมรบเมื่อไม่กี่วันนี้ น่าจะเป็นการตะโกนซ้ำนะครับคุณลุง งานนี้มีหนาว ขอบคุณสำหรับนิทานครับ สุดยอดจริงๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 29 กันยายน 2014 เวลา 0:53 น.

๋Jaa Dao เหยื่อติดคอรายนี้คงทำให้นักล่าหายใจลำบากบ้างแล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 25 กันยายน 2014 เวลา 18:00 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน