“เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 5

ค.ศ.1899 Lord Curzon อุปราชของจักรภพอังกฤษ ประจำอินเดีย (British Viceroy of India) เขียนไว้ เมื่อยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษว่า อิหร่านและเพื่อนบ้านเป็นหมากที่สำคัญบนกระดานของเกมชิงโลก และอนาคตของจักรภพอังกฤษ ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณนั้นแหละไม่ใช่อยู่ที่ยุโรป
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

“เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 5

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:33 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อติดคอ”
ตอนที่ 5

10659442_908382652523549_3013891922207631956_n.jpg
10659442_908382652523549_3013891922207631956_n.jpg (34.29 KiB) เปิดดู 310 ครั้ง

ในขณะนั้นการกีดกั้นสหภาพโซเวียต เป็นสุดยอดนโยบายของอเมริกา นักยุทธศาสตร์ชั้นเซียนของอเมริกา ต่างเชื่อกันว่าขบวนการ Khomeini จะเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านระบอบคอมมิวนิตส์ ไม่ให้เข้ามาในอิหร่าน และคิดไกลไปถึงว่า เนื่องจากเป็นพวกกลุ่มศาสนา อาจจะไม่สนใจหรือไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจดีพอ ก็อาจจะยอมให้พวกอิหร่านที่นิยมอเมริกาและชำนาญด้านเศรษฐกิจเป็นผู้ชี้นำประเทศในภายหลัง แต่จริงๆแล้วในรัฐบาล Carter ไม่มีใครรู้จัก Khomeini จริง และไม่รู้ว่าเป้าหมายแท้จริงของขบวนการ Khomeini มุ่งหน้าไปถึงไหน พวก CIA ที่อเมริกายกโขยงมาอยู่ที่อิหร่าน กลุ่มใหญ่มัวแต่จับตาดูไปที่สหภาพโซเวียต เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของ CIA ได้บันทึกไว้ตอนหลังว่า “....จริงๆแล้วรัฐบาล Carter ไม่รู้เลยว่า Khomeini เป็นใคร กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว…..”

วันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1979 อเมริกันก็ถูกปลุกอีกครั้งหนึ่ง จากข่าวด่วนว่านักศึกษาที่เป็นอิสลามบุกยึดสถานฑูตอเมริกาที่กรุงเตหะราน โดยมีไฟเขียวของ Khomeini นำหน้า และยึดเจ้าหน้าที่สถานฑูตเป็นตัวประกัน เรียกร้องให้อเมริกาส่ง Shah กลับมาขึ้นศาลในอิหร่าน

ชนวนการบุกสถานฑูต มาจากการที่อเมริกาตกลงให้ Shah ซึ่งป่วยหนักในขณะนั้น ไปรักษาตัวที่อเมริกา และจากการที่มีข่าวว่า ได้มีการนัดพบกันที่อัลจีเรีย ระหว่างที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดี Carter คือนาย Zbigniew Brzezinski กับนายกรัฐมนตรีอิหร่าน รัฐมนตรีกลาโหม และรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดเป็นพวกเดียวกับ Khomeini แต่สนับสนุนอเมริกา ถึงพวกเดียวกันแต่อุดมการณ์ต่างกันไกล อเมริกาคงยังนึกไม่ถึง

ไม่นานหลังจากที่สถานฑูตอเมริกาโดนยึดในเดือนธันวาคม ค.ศ.1979 สหภาพโซเวียก็ฉวยโอกาสลองของ บุกเข้าไปในอาฟกานิสถาน

อาฟกานิสถาน ถือว่าเป็นกันชนสำคัญ กั้นเส้นทางเดินของสหภาพโซเวียต ที่จะเดินผ่านปากีสถานเข้ามายังอิหร่านและอ่าวเปอร์เซีย การลองของครั้งนี้ของสหภาพโซเวียต ทำให้อเมริกาสะดุ้งเหมือนถูกไฟซ๊อต สหภาพโซเวียตคงไม่ได้คิดแค่เข้ามานั่งเล่นที่อาฟกานิสถานแน่ แผนของโซเวียตน่าจะลึกกว่านั้น มันเหมือนเป็นการท้าทายในการแข่งขันช่วงชิงอำนาจในบริเวณทั้งหมดของตะวันออกกลาง มหาสมุทรอินเดีย อาฟริกา คาบสมุทรอารเบียน ถึงบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาคิดเช่นนั้น และอเมริกายอมไม่ได้

23 มกราคม ค.ศ.1980 อเมริการวบรวมลูกหาบเจ้าของบ่อน้ำมันแถวทะเลทราย บุกเข้าไปยึดอาฟกานิสถานคืน สหภาพโซเวียตรู้แล้วว่ากล่องดวงใจของอเมริกาอยู่ที่ไหน ถอยทัพกลับไปหน้าตาเฉย

นาย Zbigniew Brzezinski ที่ปรึกษาใหญ่รีบประกาศว่า เราต้องปรับยุทธศาสตร์การครองโลกของอเมริกาเสียใหม่ การควบคุมอ่าวเปอร์เซีย ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญอันดับแรก ที่อเมริกาต้องรีบดำเนินการ พร้อมกับการประกาศ ที่ปรึกษาใหญ่ทำบันทึกถึงประธานาธิบดี Carter (สั่ง) ประธานาธิบดีว่า “เราจะต้องรีบดำเนินการ ขวางการแทรกเข้ามาในบริเวณนี้ของสหภาพโซเวียต เราน่าจะต้องให้ของขวัญแบบ “สงครามเวียตนาม” ให้แก่สหภาพโซเวียตบ้าง” ขิงแก่ของจริง รสเผ็ดจัด

ตลอดเวลากว่า 10 ปี รัฐบาลอเมริกัน ส่งอาวุธและความช่วยเหลือเป็นเงินกว่า 3 พันล้านเหรียญ ให้แก่กลุ่มอิสลาม Mujahadeen เพื่อให้สร้างเครือข่ายนักรบอิสลาม และพวกนี้ก็ได้เป็นต้นกำเนิดขวัญใจคาวบอย Bush กลุ่มอัลกออิดะห์ของ Osama Bin Laden เพื่อเอาไว้แหย่ให้สหภาพโซเวียตวุ่นวายอยู่ที่อาฟกานิสถาน จะได้ไม่มีเวลาข้ามมาเดินเล่นแถวทะเลทรายในตะวันออกกลาง บ่อน้ำมันมีเยอะ ตกลงไปจะลำบาก

หมากล่อให้สหภาพโซเวียตวุ่นวายแถวอาฟกานิสถานหมากเดียว คงกลัวเอาไม่อยู่ ต้องแถมให้อิหร่านอีกสักหน่อย เป็นการทำโทษที่บังอาจมายึดสถานฑูตที่เตหะราน นี่มันเป็นการหยามน้ำหน้ากันมากนะ ใหญ่ขนาดนี้ โดนลูบคมซะทื่อไปหมด พี่เบิ้มสมควรจะลาออกจากตำแหน่ง แต่พี่เบิ้มหน้าด้านอยู่แล้ว เก็บความอายไว้ก่อน ยังต้องใช้อิหร่าน จึงยังไม่ทลาย ขอแค่บี้ซ้ายขยี้ขวา ให้อยู่สุขไม่ได้แล้วกัน

ในขณะนั้น อเมริกามีกองกำลังจำนวนจำกัดอยู่ในแถบทะเลทราย ดังนั้นหมากที่ใช้คือเสี้ยมให้มันรบกันเอง เราอย่าขนคนของเราไปให้เสียเวลาเลยนะ อิรักมีประชากรเป็นชีอ่ะ 60% ซึ่ง Saddam ไม่พอใจและกดขี่อยู่เสมอ แล้วนี่ถ้าอิหร่านซึ่งเป็นชีอ่ะบุกเข้ามาที่อิรัก พากันเปลี่ยนประเทศอิรักป็นรัฐอิสลามที่เคร่งครัดทั้งหมดจะเป็นยังไงนะ แค่เปรยเท่านี้ Saddam ก็เต้น เพราะไม่ชอบชีอ่ะ และไม่อยากเปลี่ยนเป็นอิสลามเคร่งครัด อเมริกาบอก งั้นก็ต้องกันก่อนแก้ซิ Saddam เอ๋ย

ในปี ค.ศ.1980 ดอกไม้กำลังบานไสวไนฤดูใบไม้ผลิต่อฤดูร้อน อิรักก็บุกอิหร่านตามคำยุของอเมริกา แหม! ทำไมยุขึ้นง่ายอย่างนี้นะ อ้อ! พี่เบิ้มเขาส่งอาวุธให้แบบไม่อั้น กันยายน ค.ศ.1980 อิรักเคลื่อนพลขยับไปจนเกือบเหยียบจมูกอิหร่าน เข้าไปถึงชานเมืองตะวันตกเฉียงใต้ แล้วกัน Saddam กำลังจัดการงานนอกสั่ง เราสั่งแค่ให้แหย่ ไม่ใช่ให้ยึด ฟังภาษาไม่รู้เรื่องหรือไง Saddam ฟังออก แต่โอกาสมันมาถึงจะให้ถอยก็คงยาก

ในที่สุดไอ้คนยุก็เลยต้องรีบปรับแผน “แลกกันเอาไหม ยูปล่อยตัวประกันอเมริกันให้หมด ไอส่งอาวุธให้ยู 300-500 ล้านเหรียญ เอาไปถล่ม Saddam กลับ” มันเป็นการแอบเจรจากันระหว่างกลุ่มหนุนหลังของ Reagan (ซึ่งกำลังท้าชิงตำแหน่งกับ Carter ) และทีมงานของ Khomeini แต่ยูปล่อยตัวประกันเมื่อ Reagan ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีนะ

มันเป็นกลุ่มหนุน Reagan ที่มีแผนลึกซ่อนอยู่ Ayatollah ตกลงกับข้อเสนอ เพราะก็มีแผนลึกซ่อนอยู่เช่นกัน

มกราคม 21 ค.ศ.1981 Reagan ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในวันที่เขาเข้ามารับตำแหน่ง อิหร่านก็ปล่อยตัวเจ้าหน้าที่สถานฑูตที่ถูกจับกุมเป็นตัวประกันอาบน้ำแต่งตัวกลับบ้านไป

อเมริกาคิดว่าแผนรุกของตนได้ผล สงครามอิรักอิหร่านดำเนินอยู่ถึง 8 ปี ไม่มีฝ่ายใดชนะหรือแพ้ (เพราะกรรมการเชียร์ทั้ง 2 ฝ่าย) ส่วนที่อาฟกานิสถาน ในที่สุดสหภาพโซเวียตก็แตกพ่าย ถอยทัพหน้าตกกลับประเทศในปี ค.ศ.1989 เป็นการพ่ายแพ้ที่ยับเยินของสหภาพโซเวียต และเป็นส่วนสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย อเมริกาผงาดเป็นผู้ชนะ ขึ้นแท่นเป็นพี่เบิ้มหมายเลขหนึ่งของโลก และเป็นการเริ่มต้นของ “สงครามเย็น”

เรื่องราวของอเมริกากับอิหร่านและตะวันออกกลางกับสหภสาพโซเวียตดูเหมือนจะจบ แต่แค่ดูเหมือน

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
24 กันยายน 2557

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... permPage=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 5

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:34 pm

Un Aun Unther ที่เมกาเข้าไปยุ่งใน อาฟกานิสถาน จนเกินงามก็เพราะด้วยเหตุฉะนี้นี่เอง ???
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:26 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ใช้คำเพราะจังคุณUn 55
ถูกใจ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:31 น.

Un Aun Unther 555+ ขอบคุณครับอาจารย์ กลั่นออกมาข้างใน(ไส้อ่อน) เลยนะครับ อิอิ
ถูกใจ · 1 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:33 น.

Un Aun Unther ได้แม่พิมพ์ดีอย่างท่านลุงนิทาน ก็เลยต้องสรรหาคำพูดคมคายกับหน่อยครับ 555
ถูกใจ · 1 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:40 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมว่ากับไอ้นักล่า เราใช้ ศัพท์ เล่ม" ประมวลคำแสบ" ก็น่าจะได้นะครับ 555
ถูกใจ · 5 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:45 น.

Un Aun Unther ถ้าจะให้เข้าตามยุคสมัย และแสบไปถึงข้างในยันไส้อ่อนได้ ผมว่านำเอาศัพท์ เกรียนๆ ที่เด็กวัยรุ่นใช้กัน เพื่อเป็นการปรุงแต่งรสชาดให้ผู้อ่าน ซี๊ดดดดดซ้าดดดดด ตามไปด้วยได้นะครับท่านลุง อิอิ
ถูกใจ · 2 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:56 น. · มีการแก้ไข

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมมันเกรียนรุ่นเก๋า ศัพท์เกรียนรุ่นเกาหลี นี่ ต้องขอรบกวนให้คุณ Un นำหน่อยครับ 55
ถูกใจ · 7 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:59 น.

Un Aun Unther มีคนหนึ่งเกรียนได้ใจกว่ากระผมอีกครับลุง แต่ช่วงนี้ She ไม่ค่อยว่าง วุ่นอยู่กับการ Made money 8 หลัก ไว้จะชวนนางมาช่วยกันเกรียนให้ นิทานของท่านลุง ออกรสออกชาดน่าอ่านมาขึ้นครับ.
ถูกใจ · 2 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:07 น.

Un Aun Unther เกรียนรุ่นเก๋านี่ล่ะครับผมว่า คลาสสิค ดีผมชอบ.
ถูกใจ · 1 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:37 น.

Chompunoot Morachat รีบตามชีกลับมาที่นี่ด่วน อย่าได้ไปเที่ยว "เห่าหอน" ข้างนอกนาน (คำพูดในฟันหนู) นั้น เป็นของไอ้กร๊วกขี้ข้าคนรวยคนหนึ่ง....คิดว่า นาง (คนสวย) คนนั้นจะไม่เคืองเจ๊ใหญ่ของนางเด้อ....
ถูกใจ · 2 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:55 น.

Un Aun Unther รับทราบ ครับผม นางคงไม่โกรธหรอกครับ เพราะนางคงรู้ว่าเป็นคำพูดของใคร หาได้เป็นคำพูดของพี่ท่านไม่. อิอิ
ถูกใจ · 2 · 25 กันยายน 2014 เวลา 1:10 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Chompunoot Morachat เมื่อคนเอาผลประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ... ไม่เคยคิดถึงความเดือดร้อนของคนอื่น... แม้แต่ประชนในชาติตนเองก็ยังอดอยากหิวโหย นอนกลางถนน หลังคาจะคุ้มหัวยังไม่มี ผู้ปกครอง/มีอำนาจ ก็ไม่เคยเห็นค่าว่าเขาเป็นคน ... พวกอีลิตของไอ้นักล่านี่ มันช่างมีคุณสมบัติของ "พญามาร" ของแท้เลยทีเดียว (วันนี้อ่านซีรี่์ Book of Mara ของท่านอาจารย์ทนง อินจัดไปหน่อยค่ะ ขออภัย)
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 24 กันยายน 2014 เวลา 18:31 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น Book of Mara บอกทางรอดให้บ้างไหมครับ
ถูกใจ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:29 น.

Chompunoot Morachat บอกค่ะ ...เป็น "ทางที่ชอบ" เสียด้วยซี...ยังแซวอาจารย์ทนงไปว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่า มีภูมิรู้ทางธรรมลึกซึ้งปานนี้ น่าจะไปออกบวชเสีย อาจารย์บอกว่า เรื่องอะไรจะบวช อยู่เป็นพญามารน่าจะดีกว่า (คำว่า ดีกว่า น่าจะหมายถึง ยินดีเป็นพญามารถ้า เป็นพญามารแล้วจะช่วยชาติบ้านเมืองได้ - เลยคิดจะยอมเสียสละ)
ถูกใจ · 2 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:59 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Pakpoom Limthong ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูในทางการเมืองจริงๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 24 กันยายน 2014 เวลา 18:03 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น และก็หวังว่า จะไม่มีเหยื่อแท้ หรือ เหยื่อถาวร ทางการเมืองด้วยครับ
ถูกใจ · 6 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:48 น.

Ann Sriprapand มีคนเคยเปรียบเทียบ อาณานิคมอังกฤษพัฒนา เป็นcommonwealth เป็นของฝรั่งเศสกับสเปนจนมีแต่ขอทาน ส่วนอเมริกายังไม่กล้าสรุป ท่านลุงคิดเห็นว่าอย่างไร
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 17:22 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เหยื่ออังกฤษ เป็นขอทาน น่าสมเพช แต่ เหยื่ออเมริกา นอกจากเป็นขอทานแล้ว อาจจะพิการด้วย เพราะอเมริกาใช้อาวุธแบบไม่เสียดาย กับเหยื่อ
ถูกใจ · 5 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:27 น.

Chompunoot Morachat อาวุธเคมีแปลก ๆ ด้วย
ถูกใจ · 25 กันยายน 2014 เวลา 1:00 น.

Chompunoot Morachat แถมยังไม่ยอมให้เหยื่อได้มีโอกาสรู้ตัวด้วย ยกตัวอย่าง การใช้ drone ยิงเหยื่อในงานแต่งงานที่มีแต่คนแก่ เด็กและผู้หญิง ....เป็นต้น
ถูกใจ · 25 กันยายน 2014 เวลา 1:02 น. · มีการแก้ไข

Chompunoot Morachat นับแต่ไอ้มืด (นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เรียกขานคนผิวสีแบบนี้) นั่นขึ้นครอง ตน มันสั่งโดรนยิงสุ่ม แต่อ้างว่า เครื่องชี้เป้ารายงานแม่น มากกว่าตอนไอ้ป่าไม้ (แปลจากชื่ออังกฤษ) อยู่ใน ตน เสียอีก...
ถูกใจ · 25 กันยายน 2014 เวลา 1:23 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...

Suchada Eakthunyasakul อ่านแล้วได้ความรู้มากมาย ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 19:57 น.

Un Aun Unther เด็กสร้างของไอ้กันสองตัว เอ้ยยย สองคน ก็เริ่มโผล่มาให้เห็นหนวดเห็นเคราก็ตอนนี้นี่เอง ตอนที่ 5 นี้ชังเป็นจุด climax ของเรื่อง “เหยื่อติดคอ” เสียนี่กระไร.
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:17 น.

Un Aun Unther ปฐมบทของสงคราม อิรัค-อิหร่าน-สงครามอ่าวฯ ก็เริ่มขึ้นจากการใช้ไม้ขวางสภาพโซเวียต และใช้ไม้เสี่ยมให้พวกอิสลามทั้งสองนิกายนี้ทะเลาะกัน ก็ได้บังเกิดขึ้นจากจุดๆนี้นี่เอง ครับท่านผู้อ่านทั้งหลายเอยยยย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 24 กันยายน 2014 เวลา 23:48 น.

Un Aun Unther จัดเจนมากขึ้น กับคำว่า “เหยื่อติดคอ” มาปรากฏที่ตอนที่ 5 นี่เอง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 25 กันยายน 2014 เวลา 0:25 น. · มีการแก้ไข


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน