เรื่อง “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 4

ค.ศ.1899 Lord Curzon อุปราชของจักรภพอังกฤษ ประจำอินเดีย (British Viceroy of India) เขียนไว้ เมื่อยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษว่า อิหร่านและเพื่อนบ้านเป็นหมากที่สำคัญบนกระดานของเกมชิงโลก และอนาคตของจักรภพอังกฤษ ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณนั้นแหละไม่ใช่อยู่ที่ยุโรป
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เรื่อง “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 4

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:32 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อติดคอ”
ตอนที่ 4
10689749_908381595856988_201688062206716866_n.jpg
10689749_908381595856988_201688062206716866_n.jpg (42.4 KiB) เปิดดู 303 ครั้ง

อเมริกาเริ่มมองหาผู้ที่น่าจะเหมาะสมเป็นหุ่นตัวใหม่แทน Shah สาระพัดฑูตและที่ปรึกษาถูกส่งตัวไปเดินหาข่าวแถวอิหร่าน แน่นอนทุกคนต่างหาเรื่องโกหกมาบังหน้าในการเดินเข้าไปอยู่ในสังคมอิหร่าน

นาย Henry Precht นักการฑูตคนหนึ่ง ซึ่งถูกส่งไปเดินเล่นช่วงนั้น บรรยายถึงการปฏิบัติการดังกล่าว “เป็นปฏิบัติการสร้างหนทางสำหรับให้คนในสังคมการเมืองระดับสูง เข้ามาจัดตั้งรัฐบาลอิหร่านที่สนับสนุนอเมริกา”

นาย William H. Sullivan ฑูตอเมริกันประจำอิหร่านช่วง ค.ศ.1977 ถึง ค.ศ.1979 พูดถึงช่วงเวลาดังกล่าวไว้ว่า “ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของ ค.ศ.1978 (ประมาณ 1 ปี ก่อนมี Islamic Revolution ) สถานะการณ์ในอิหร่านเกิดการเปลี่ยนแปลง และเราก็คอยโอกาสนั้น......... สถานฑูตเราได้สร้างเครือข่ายติดต่อกับผู้ไม่เห็นด้วย (กับ Shah) และเราก็ทำให้พวกเขาเชื่อมั่น.......... พวกเขาส่วนมากแปลกใจที่ความเห็นของเรากับของพวกเขาใกล้เคียงกันมาก......... เขา (Shah) ถามผมบ่อยๆว่า พวกนักสอนศาสนาเพื่อนคุณทำอะไรกันนะ ? ......”

เมื่อพวกนักเดินเล่น ส่งรายงานกลับไปที่วอซิงตัน พวกเขาสรุปกันว่า อเมริกาควรสนับสนุนพวก Islamic ที่อยู่ตรงกันข้ามกับ Shah พวกนักการเมืองฝ่านค้าน อ่อนแอเกินไป ส่วนพรรคคอมมิวนิตส์ ก็ใกล้ชิดกับสหภาพโซเวียตมากไป พวก Islamic นี้ มีผู้นำชื่อ Ayatollah Ruhollah Khomeini ซึ่งอาศัยอยู่ที่เมือง Najif ในอิรักมาหลายปี ตั้งแต่ตั้งตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับ Shah แต่ใน ค.ศ.1978 Saddam Hussein ไล่เขาออกไปจากอิรัก Khomeini ย้ายไปปักหลักแถวชานเมืองของปารีสที่ฝรั่งเศสชื่อ Neauphle Le Chateau

เมื่ออยู่ที่เมือง Najif พวกอเมริกันไปแวะเยี่ยม Khomeini บ่อยๆ Richard Cottam พวก CIA กลุ่มที่มีส่วนในการสร้างการปฏิวัติโค่น Massadeq ได้ไปพบ Khomeini ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลอเมริกัน Cottam เข้าใจว่า Khomeini มีความเป็นห่วงคอมมิวนิตส์จะเข้ามาครองอิหร่าน และบอกว่าจะต้องระวังไม่ใช่ไล่ Shah ออกไป แล้วเป็นการเปิดทางให้คอมมิวนิตส์เข้ามาครองอิหร่านแทน Khomeini ขอให้ Cottam สื่อสารกับนายที่วอซิงตันให้รู้เรื่องว่า Khomeini หวังจะได้รับการสนับสนุนจากอเมริกา หากพวกคอมมิวนิตส์ในอิหร่านต่อต้านการปฏิวัติ

อเมริกาส่งตัวแทนไปคุยที่ Neauphle Le Chateau ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1978 แล้ว Khomeini กับอเมริกา ก็ได้มีตกลงกันเป็นทางการว่า Khomeini ตกลงจะให้ความร่วมมือกับอเมริกา ถ้าอเมริกาจะช่วยเขาโค่น Shah และรับรองว่าหลังจากการปฏิวัติโค่น Shah อเมริกาจะไม่เข้ามายุ่งในกิจการภายในของอิหร่าน อเมริกาตกลงรับคำ

ประธานาธิบดี Jimmy Carter ส่ง General Robert Huyser ไปอิหร่านเพื่อประสานงานกับพวกนายพลอิหร่าน Huyser ถึงอิหร่านในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ.1979 เขาบอกกับนายพลอิหร่านว่า ถ้าพวกคุณไม่สนับสนุนการปฏิวัติของ Khomeini โดยนั่งอยู่เฉยๆแล้วละก้อ พวกคอมมิวนิตส์จะฉวยโอกาสนี้บุกเข้าประเทศคุณ เปลี่ยนอิหร่านเป็นรัฐคอมมิวนิตส์แน่นอน ข้อมูลนี้ปรากฏอยู่ในรายงานของ Al Watan รายงานในหนังสือพิมพ์ Kuwaiti วันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ.1979 ประธานาธิบดี Carter เขียนไว้ในบันทึกความทรงจำของเขาว่า “Huyser มีความเห็นว่า กองทัพอิหร่านเตรียมพร้อมที่จะป้องกันอาวุธพวกเขา (ไม่ไห้ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น) และรับรองว่าจะไม่ออกมาขัดขวางตามถนน”

Shah เองก็สังหรณ์ใจว่า น่าจะมีอะไรผิดปกติ เขาเขียนในบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับการมาอิหร่านของ General Huyser ในเดือนมกราคม ค.ศ.1979 ว่า “Huyser ไม่แจ้งเราล่วงหน้าถึงการมา เขามาเตหะรานบ่อยมาก และทุกครั้งจะแจ้งตารางการนัดพบล่วงหน้า เพื่อหารือกับเราเกี่ยวกับเรื่องการทหาร กับเราและพวกทหาร” แต่การมาคราวนี้ของ Huyser ไม่มีการแจ้งให้ Shah ทราบ Shah ได้เขียนบันทึกต่อไปว่า “Huyser ได้กล่อมให้หัวหน้าเลขาธิการของเรา General Ghara-Baghi ซึ่งพฤติกรรมช่วงหลังของเขา ทำให้เราเชื่อว่าเขาทรยศต่อเราแล้ว Huyser ขอให้ Ghara-Baghi นัดให้เขาพบกับทนายชื่อดังด้านสิทธิมนุษยชนชื่อ Mehdi Bazargan” (ซึ่งภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของรัฐบาล Khomeini)

“นายพล Ghara-Baghi แจ้งเราเกี่ยวกับเรื่องที่ Huyser ขอให้นัด ก่อนที่เราจะไปจากอิหร่าน และเราไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น เรารู้แต่ว่า Ghara-Baghi ใช้อำนาจของเขา ห้ามกองทัพมิให้ขัดขวาง Khomeini เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า มีการตัดสินใจกันอย่างไรและในราคาใด เข้าใจว่าพวกนายพลของเราตอนหลังได้ถูกประหารชีวิตหมด ยกเว้น Ghara-Baghi ที่ได้รับผ่อนผัน คนช่วยเขาก็คือ Mehdi Bazargan นั่นแหละ”

วันที่ 14 มกราคม ค.ศ.1979 ฑูตอเมริกันได้นัดพบกับ Ebrahin Yazedi ผู้ช่วยของ Khomeini พร้อมด้วยตัวแทนของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา Yazedi อาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นเวลานานตั้งแต่ ค.ศ.1961 เขาถูกบังคับให้ลี้ภัยจากอิหร่าน เพราะเขาต่อต้าน Shah หลังจากเข้าไปอยู่ในอเมริกา เขาผูกสัมพันธ์แน่นชิดกับ CIA และกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ตอนหลังเขาได้แปลงสัญชาติเป็นอเมริกัน

ระหว่างการนัดพบ Warren Zimmerman ในฐานะตัวแทนของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา บอกให้ Yazedi แจ้ง Khomeini ให้คอยก่อน อย่างเพิ่งกลับมาอิหร่าน จนกว่า Huyser จะได้เตี๊ยมกับบรรดาพวกนายพลอิหร่านเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นใน วันที่ 26 มกราคม ค.ศ.1979 นาย Ramsay Clark จากกระทรวงต่างประเทศก็ไปพบ Khomeini ที่ Neauphle Le Chateau หลังจากพบ เขาแจ้งแก่นักข่าวว่า เราหวังว่าการปฏิวัติจะสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้กลับมาสู่ชาวอิหร่าน การปฏิวัติได้ถูกเตรียมการพร้อมเดินหน้าแล้ว

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1979 Khomeini ก็ขึ้นเครื่องบิน Air France จากปารีสบินเข้าเตหะราน ส่วน Shah รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น และคงไม่อยู่ในสภาพที่จะระงับได้ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1979 Khomeini ก็ขึ้นมาเป็นผู้ครองอิหร่าน และตั้งรัฐบาลรักษาการณ์ มี Mehdi Bazargan เป็นหัวหน้ารัฐบาล

Bazargan เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างพวกปฏิวัติกับอเมริกา ในช่วง ค.ศ.1978 ตัวแทนของรัฐบาลอเมริกัน เช่น John Stempel, Hurry Precht, Warren Zimmerman และ Richard Cottam ต่างได้มาพบพูดคุยกับขบวนการ Iranian Freedom Movement ซึ่งนำโดย Bazargan อยู่ตลอด อเมริกาติดต่อกับ Bazargan โดยผ่านขบวนการ Freedom Movement นี้ตลอดช่วงเดือนแรกๆ หลังจากการปฏิวัติ

Bazargan ได้แต่งตั้ง Abbas Amir Entezam ซึ่งอยู่อเมริกามากว่า 20 ปี ให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี Entezam นี้ใกล้ชิดติดต่อกับ CIA มาตั้งแต่สมัยของ Massadeq และเป็นสายข่าวให้แก่ CIA เมื่อมีการสร้างปฏิวัติล้ม Massadeq นอกจากนี้ยังตั้ง Kerim Sanjabi เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ Sanjabi ก็เช่นกัน เป็นผู้ที่คุ้นเคยกับสถานฑูตอเมริกาในกรุงเตหะราน คณะรัฐมนตรีของ Bazargan สรุปแล้วมีคนอิหร่านถือสัญชาติอเมริกันถึง 5 คน

ในบันทึกความทรงจำของประธานาธิบดี Carter เขียนชื่นชมว่า Bazargan และคณะรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้จบการศึกษาจากตะวันตกว่า ให้ความร่วมมือกับอเมริกาอย่างดีเยี่ยม คอยดูแลป้องกันสถานฑูต ดูแลการเดินทางของ General Philip C. Gast ซึ่งมาแทน Huyser และคอยส่งข่าวให้พวกเรา Bazargan เองก็ประกาศชัดเจนว่า ต้องการจะสร้างสัมพันธ์ไมตรีอันดียิ่งกับอเมริกา และอิหร่านก็จะกลับมาส่งน้ำมันให้แก่ลูกค้าตามปกติในเร็วๆนี้

การปฏิวัติในอิหร่านในปี ค.ศ.1979 เหมือนเป็นการจับคู่ที่เหมาะสม ระหว่างกลุ่มอิสลามที่เคร่งครัดและไม่ชอบระบอบคอมมิวนิตส์ กับจักรวรรดิอเมริกาที่กีดกั้นระบอบคอมมิวนิตส์ แต่ไม่แน่ว่าการจับคู่ถูกในตอนนั้น จะไปลงท้ายด้วยการหย่าและเคียดแค้น หรือถือไม้เท้ายอดทองด้วยกัน

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
23 กันยายน 2557

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... permPage=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13278
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: เรื่อง “เหยื่อติดคอ” ตอนที่ 4

โพสต์โดย admin » จันทร์ 25 พ.ค. 2015 9:32 pm

Nattawut M' Ocha หวังว่าเหยื่อสยามจะติดคอแรงๆ แบบโคไมนีบ้าง สงสัยจังครับว่าอเมริกากะหักหลังโคไมนีด้วยซัดดัมเหรอครับ ทำไมสงครามอิรัก-อิหร่านเริ่มเกือบจะทันทีที่อิสลามิสต์มาแทนที่ชาห์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 23 กันยายน 2014 เวลา 17:29 น. · มีการแก้ไข

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น รออ่านตอนต่อๆไปนะครับ
ถูกใจ · 4 · 23 กันยายน 2014 เวลา 22:53 น.

Nattawut M' Ocha ครับผม สงสัยมาก แถมแนวรบด้านขวาอิหร่าน ขนาบด้วยโซเวียตกับมูจาฮิดีนอีกแนว ในเวลาแทบจะพร้อมๆ กัน จบแทบพร้อมกัน มาปีนี้เขาก็มีเล่นกัน 2 แนวอีกหรือจะเล่นเกมเดิมภาค 2
ถูกใจ · 4 · 23 กันยายน 2014 เวลา 23:03 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เวทีเล่นยังอยู่ที่ตะวันออกกลาง เล่นแนวเดียวหรือช้ันเดียวมันไม่ชัวร์ เขาจึงมักเล่นแนวซ้อนเหมือนคลื่นซัด
ถูกใจ · 9 · 23 กันยายน 2014 เวลา 23:36 น.

Un Aun Unther แนวซ้อนจริงๆ ครับ ต่อมาก็ช่วงสงครามอ่าว หลายชั้นหลายซ้อนจริงๆ
ถูกใจ · 24 กันยายน 2014 เวลา 22:39 น. · มีการแก้ไข
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...

บารายนา ชิดชม ตอน 4 // ตอน 3 หรือ ///สลับกัน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 23 กันยายน 2014 เวลา 21:00 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เขาแก้แล้วครับ
ถูกใจ · 5 · 23 กันยายน 2014 เวลา 22:53 น.

บารายนา ชิดชม เขาย้ายเก่งคะ ///มีฝีมือมากคะ
ถูกใจ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 1:50 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Nattawut M' Ocha เห็นนามสกุล Zimmerman ออกแนวยิวแน่ๆ เลย search Wiki ดู โอ้โห ฑูตประจำยูโกสลาเวียคนสุดท้ายก่อนสงครามกลางเมือง !
ถูกใจ · ตอบกลับ · 8 · 23 กันยายน 2014 เวลา 17:17 น.

ชมรมพุทธ มบส
อาจจะเป็นยิวที่เคยอยู่ในเยอรมันครับ
Warren Zimmermann
Warren เป็นชื่อคนอเมริกันครับ แต่รับคำมาจากภาษาเยอรมันเก่า แปลว่า ทหารยาม
Zimmermann เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า เป็นตระกูลช่างไม้ ครับ้
ถูกใจ · 4 · 23 กันยายน 2014 เวลา 22:44 น.

Nattawut M' Ocha ครับ ฑูตเมกันแหละครับ แต่คงเป็นเชื้อยิว
ถูกใจ · 3 · 23 กันยายน 2014 เวลา 22:50 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น อเมิกันเชื้อสายยิว มันครอบอเมริกาอยู่แยะครับ แสบๆทั้งนั้น
ถูกใจ · 7 · 23 กันยายน 2014 เวลา 23:39 น.

บารายนา ชิดชม ยิวมันแสบ ที่เรารู้จักผ่านบทพระราชนิพนธ์ของ รัชกาลที่ 6 //ยิวถูกฆ่ามากมายโดย ฮิตเลอร์ //เรื่องนี้ ยิวน่าสงสาร
ถูกใจ · 3 · 24 กันยายน 2014 เวลา 1:56 น.

Un Aun Unther ฮิตเลอร์ ก็มีเชื้อยิวไม่ใช่หรือครับ ไม่แน่ใจ รอผู้รู้ตอบด้วยครับ.
ถูกใจ · 1 · 24 กันยายน 2014 เวลา 22:44 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Iam Chanthakhun
อเมริกาเสียค่าโง่ที่อิหร่าน
และจ่ายมันด้วยชีวิตเด็กหนุ่มอเมริกัน
รวมทั้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ในประเทศตะวันออกกลาง
อื่นๆอีกหลายประเทศ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 24 กันยายน 2014 เวลา 9:43 น.

Pissanu Phattanawat มันส์หยดครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 24 กันยายน 2014 เวลา 2:15 น.

Phisut Phengsalaeh ชอบมากครับอยากอ่านเรื่องอีหร่านโดยละเอียด ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 24 กันยายน 2014 เวลา 7:06 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน