เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 4”

ามประวัติศาสตร์ที่จารึกกันไว้ สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918 แต่ความรุนแรงที่สงครามโลก ได้สร้างทิ้งไว้ในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะยังไม่จบ การโต้แย้งเรื่องเขตแดน ซึ่งกำหนดขึ้นโดยเหล่านักล่าอาณานิคม โดยเฉพาะอังกฤษ เพื่อสนองตัณหาของพวกนักล่า ได้ทิ้งมรดกแห่งความขัดแย้งและความเศร้าสลดใจไว้ในภูมิภาคนี้ อย่างยากที่จะหาทางเยียวยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13192
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 4”

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 4:45 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อ”

ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 4”

10498050_888111177884030_6310854880195297744_o.jpg
10498050_888111177884030_6310854880195297744_o.jpg (59.9 KiB) เปิดดู 234 ครั้ง

ก่อนที่พวกกบฎอาหรับจะเริ่มปฏิบัติการ และก่อนที่ Sharif Hussein จะได้สร้างอาณาจักรอาหรับในฝัน ตามที่ McMahon ทำสัญญาหลอกให้ sharif Hussein มารบมาตายแทนอังกฤษ อังกฤษกับฝรั่งเศส มีแผนอื่นที่ตกลงกันไปเรียบร้อยแล้ว ฤดูหนาวปี ค.ศ. 1915 – ค.ศ. 1916 นักการทูต 2 นาย คือ Sir Mark Sykes ของอังกฤษกับ Francois Georges–Picot ของฝรั่งเศส ได้แอบหารือกันอย่างลับ ๆ เกี่ยวกับการกำหนดอนาคตของอาณาจักรออตโตมาน หลังการล่มสลาย ! หวังว่าคงจำกันได้ อังกฤษได้วางแผนให้ฝรั่งเศสมาร่วมรายการสลายออตโตมาน ขยี้เยอรมันด้วยกัน (อยู่ในตอนแถมของนิทาน “ลูกครึ่งหรือนกสองตัว”) เพราะฉะนั้นก็จำเป็นต้องมีสัญญาแบ่งเค้ก แบ่งรางวัลที่จะได้มาจากการปล้นเมืองเขากัน

สัญญานี้ต่อมาเรียกว่า Sykes-Picot Agreement อังกฤษกับฝรั่งเศส ตกลงที่จะแบ่งโลกอาหรับระหว่างพวกเขากันเอง อังกฤษบอกว่าเราจะเอาบริเวณ ซึ่งปัจจุบันเป็นอิรัค คูเวต และจอร์แดน ส่วนฝรั่งเศสบอก งั้นเราเอาส่วนที่ทันสมัยหน่อย คือ ซีเรีย เลบาบอน และทางใต้ของตุรกี ส่วนสถานะของปาเลสไตน์ ยังไม่ตกลงกันเอาไว้ว่ากันที่หลัง เพราะจะต้องถามพวกยิวก่อน แต่ส่วนดินแดนที่ควรจะเป็นอาณาจักรอาหรับในความฝันของ Sharif Hussein ให้อยู่ในความควบคุมดูแลของอังกฤษและฝรั่งเศส อืม ! รบเกือบตาย ได้แต่ความฝัน ! สมันน้อยมีเรื่องให้เรียนรู้แยะนะ !

สัญญา Sykes-Picot นี้ อังกฤษและฝรั่งเศส ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นความลับสุดยอด สำหรับการแบ่งขนมเค้กชิ้นที่เรียกว่าตะวันออกกลาง หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ขึ้นชื่อว่าความลับ ยังไงก็ต้องมีรั่ว ไม่เคยปิดมิดหรอก เพราะฉะนั้นอย่าไปมีเลยความลับ เปิดซะให้หมดนะครับ เปิดเองดีกว่าให้คนอื่นมาเปิด นี่ผมบอกกับตัวเองนะ ใครอย่าเหมาว่าผมบอกใบ้ใครก็แล้วกัน

สัญญาลับนี่เกิดรั่วมาถึงสาธารณะ เมื่อปี ค.ศ 1917 เมื่อหลังสงครามโลก หลังรัสเซียเกิดปฏิวัติ รัฐบาล
บอลเชวิกนำสัญญาแบ่งเค้กมาเปิดเผย เพราะอยากจะหักหน้าอังกฤษและฝรั่งเศส มันขัดกับสัญญาที่อังกฤษทำให้ไว้กับ Sharif Hussein และก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงระหว่างชาวอาหรับกับอังกฤษ แต่สัญญานี้ไม่ใช่เป็นข้อขัดแย้ง ฉบับเดียวที่อังกฤษสร้างไว้ให้แก่ชาวอาหรับ

อีกกลุ่มหนึ่งที่อยากจะมีสิทธิออกเสียงเกี่ยวกับดินแดนในตะวันออกกลาง คือกลุ่มสนับสนุนชาวยิว Zionism เป็นขบวนการทางการเมืองที่เรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐยิวขึ้น ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของปาเลสไตน์ มันเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1800 กว่า ขบวนการนี้พยายามจะหาที่ลงให้แก่ชาวยิว ที่หนีหรือถูกไล่ออกมาจากยุโรป ซึ่งส่วนมากเคยอาศัยอยู่ในเยอรมัน โปแลนด์ และรัสเซีย (เบื้องหลังของการที่พวกยิวถูกให้ออกมาจากยุโรป โดยเฉพาะรัสเซียนั้น ช่วยกลับไปอ่านนิทานมายากลยุทธนะครับ)

ในที่สุดพวกนิยมชาวยิว Zionist ก็ กดดันรัฐบาลอังกฤษระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ให้ยินยอมให้พวกเขา ตั้งรกฝังรากที่ปาเลสไตน์ เมื่อสงครามจบสิ้น ด้านรัฐบาลอังกฤษเอง ก็มีพวกที่เห็นใจชาวยิว เช่น นาย Arthur Balfour รมว.ต่างประเทศของอังกฤษเอง ซึ่งถึงกับเขียนจดหมายลงวันที่ 2 พ.ย 1912 ไปหา หัวหน้ายิวตัวใหญ่ คือ Baron Rothschild (ตัวแสบ) แจ้งว่ารัฐบาลอังกฤษ ยินดีสนับสนุนอย่างเป็นทางการให้ ชาวยิวได้มีสถานที่ตั้งรกฝังรากที่ปาเลสไตน์ โดยจะพยายามผลักดันเต็มความสามารถ แต่เป็นที่เข้าใจกันอย่างแจ้งชัดว่า การสนับสนุนนี้ ย่อมไม่เป็นการกระทบต่อสิทธิอันเสมอภาคของประชาชน และสิทธิทางศาสนาที่มีอยู่ของชุมชนที่มิใช่ชาวยิว ที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ ในขณะเดียวกัน สิทธิของชาวยิวหรือสถานะทางการเมืองของชาวยิว ที่มีอยู่ในประเทศอื่น ก็ย่อมไม่ถูกกระทบด้วยเช่นเดียวกัน

จดหมายนี้ประวัติศาสตร์ เรียกว่า The Balfour Declaration ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างให้เห็นการฑูตแบบตวัดลิ้นของอังกฤษได้ชัดเจนดี

ขณะนั้นนาย Woodlow Wilson ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของอเมริการอบ 2 ประกาศว่า มนุษย์ควรมีสิทธิเลือกระบบการปกครองของตนเอง พัฒนาตนเองโดยไม่มีการปิดกั้น ไม่มีการข่มขู่ และไม่ต้องมีความเกรงกลัว นักประวัติศาสตร์ฝรั่งบันทึกว่าในขณะที่ประกาศ ประธานาธิบดี Wilson ไม่รู้เลยว่าสัญญาแบ่งเค้ก Sykes-Picot Agreement นั้น เกิดขึ้นแล้ว แต่อังกฤษก็ร้อนท้อง ไม่อยากให้มิตรใหม่มองเห็นความตะกละของตนชัดแจ้งนัก จึงรีบเดินหน้าเรื่องข้อตกลง Balfour กับยิว (เป็นการเปิดตัวแสดงของอเมริกา ผู้พิทักษ์ที่สวยหรูมาก ควรจะมีไฟส่องและเพลงชาติอเมริกันประกอบ จะดูเนียนมาก)

เมื่อประธานาธิบดี Wilson เดินทางมาถึงปารีส เมื่อต้นปี ค.ศ. 1919 เพื่อเข้าร่วมเจรจากับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Lloyd George และหัวหน้าของฝ่ายฝรั่งเศส Clemenceau เขาได้เห็นอังกฤษและฝรั่งเศสกำลังยื้อแย่งเค้กอาหรับกัน อย่างตะกระตะกราม ฝรั่งเศสยืนยันว่าตนเองควรได้ปกครองเลบานอน และดินแดนที่ยึดไปถึงแม่น้ำ Tigris ซึ่งปัจจุบันคือซีเรีย ตามที่สัญญาแบ่งเค้ก Sykes-Picot กำหนดไว้

อังกฤษขณะนั้น เพิ่งได้รับข่าวเกี่ยวกับแหล่งน้ำมันมหึมาแถวเมโสโปเตเมีย (หรืออิรัคในปัจจุบัน) จึงรีบเปลี่ยนบทเป็นคัดค้าน อ้างว่าถ้ายก Syria ให้ฝรั่งเศส แล้วเราจะไปตอบกับพวกอาหรับที่มาช่วยรบได้อย่างไร แล้วอันที่จริงเราอังกฤษน่ะ เป็นผู้ลงทุนลงแรงเกือบทั้งหมดในการต่อสู้ในตะวันออกกลาง ใช้ทหารไปเกือบล้านคน ตายเจ็บไป 125,000 คน ดังนั้น ถ้าซีเรียจะเป็นของใครอื่นนอกจากชาวอาหรับแล้ว ก็ควรเป็น ของอังกฤษมากกว่า โอโห ! บทนี้มันอังกฤษของแท้ ตอแหลบิดเบือนได้อย่างยากที่ใครจะเลียนแบบ ขนมเค้กทำให้คู่หูเริ่มแตกคอกัดกันเอง

ประธานาธิบดี Wilson เสนอทางออกว่า วิธีที่จะรู้ว่าชาวซีเรียยอมรับการปกครองของฝรั่งเศสหรือไม่ และปาเลสไตน์และเมโสโปเตเมีย จะรับการปกครองของอังกฤษหรือไม่นั้น ไม่ยากเลยเพื่อน ก็แค่ไปทำการสำรวจถามชาวบ้านแถวนั้นเขาดูว่า เขาต้องการอย่างไร เอ๊ะ ! ฉลาด เป็นกลาง หรือมีแผนซ้อน ! ?

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
18 ส.ค. 2557

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... permPage=1



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13192
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 4”

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 4:45 pm

Peter AU น่าจะมีคนอ่านซักล้านคน...คูณคนรอบข้างก็เท่ากับสิบล้านคนรู้..รับรองไปโลดแน่ สมันน้อย..
ถูกใจ · ตอบกลับ · 9 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 14:55 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น ครับ เขียนมาจะปีแล้ว ยอดคนอ่านสู้คนเขียนเรื่องดารา 1 วันไม่ได้ นี่ถ้าเป็นคนใจเสาะ คงเลิกเขียนนะ 55
ถูกใจ · 14 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 15:10 น.

Peter AU ถ้าลงรูปโป๊ๆ ประกอบนิดหน่อย อาจจะถึงล้านวิว ก็ได้...อย่างที่เขาพูดกันว่า..เอาภาษีบาปมาใช้..แฮะๆล้อเล่น แก้เครียดครับ..
ถูกใจ · 5 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 15:13 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เอารูปโป็ ของ นักล่าชาวอังกฤษมาลงดีไหมครับ 555
ถูกใจ · 8 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 22:26 น.

บารายนา ชิดชม 555 คงหายาก เอารูปโบ๊ๆๆของคนเขียน ของลุงนักเล่านิทานก็แล้วกัน สงสัยคงได้แฟนเพิ่มอีกเท่าตัวแน่เลย
ถูกใจ · 4 · 20 สิงหาคม 2014 เวลา 17:03 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น คิดได้พิลึก
ถูกใจ · 4 · 22 สิงหาคม 2014 เวลา 4:35 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Ratanamanee Siam คุณลุงป่วยนานจัง ยังไม่หายอีกเหรอคะ???
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 23:21 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น คนแก่ เจ็บแล้วฟื้นตัวช้าครับ เป็นธรรมดา
ถูกใจ · 6 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 23:33 น.

Ratanamanee Siam อ้าว!มาตอบเลยตกใจหมด...หายเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะ
ถูกใจ · 4 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 23:53 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ขอบคุณครับ คงเขียนไป หยุดพักไป จะได้ไม่หายหน้าไปนาน
ถูกใจ · 7 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 15:16 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Chompunoot Morachat โอย ...พระเจ้าจอร์จ ...นี่ลูกกำลังอ่านเรื่งเหยื่อ/ตะวันออกกลาง หรือ ว่า กำลังอ่าน scenario อนาคตภาพ ของสมันน้อยกันล่ะนี่...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 11 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 18:03 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น เหยื่อ ก็ เหมือนกันทั้งนั้น ในที่สุด เว้นแต่จะรู้ตัวก่อน ... จุดจบ
ถูกใจ · 14 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 23:31 น.

กาญจนา รักมนุษย์ ตั้งใจอ่านและจะอ่านหลายๆรอบคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 20:22 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ดีครับ ถูกต้องครับ
ถูกใจ · 2 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 22:24 น.

Nui Cholada Langkulsane คนอ่านน้อยก็จริง แต่หนูว่าทุกคนตั้งใจอ่านนะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 17:38 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็เชื่อเช่นนั้น ถึงต้ังใจเขียนให้อ่าน ขอบคุณที่อ่านครับ
ถูกใจ · 7 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 18:19 น.

Sukanya Dyrnes แชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 14:06 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น แชร์ตามสบายเลยครับ
ถูกใจ · 2 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 18:20 น.

Boonyapa Ddc เห็นรูปนี้และอ่านนิทานแล้ว ได้แต่ลุ้นว่ารูปนี้ สื่อว่าอย่าหมดหวัง ตราบใดที่ชีวิตยังอยู่ ย่อมมีความหวัง และมีหวัง (แต่ก็บีบหัวใจน่าดูค่ะ)
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 6:27 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น คนเขียน เวลาเขียนก็เศร้ามากครับ ตลกไม่ออกเลย แต่อยากให้รู้กัน ว่า พวกนักล่าทำได้ชั่วขนาดไหน สมันน้อยจะได้เรียนรู้
ถูกใจ · 11 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 15:14 น.

Chanjui Rainbow ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 20:39 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ยินดีครับ
ถูกใจ · 1 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 18:21 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron เขาเรียกว่าข้ามห้วงเวลามาสานต่อในสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ก็ดูว่าจะสานต่อในยุคนี้และจะจบมั้ย แต่น้ำมันดูดขึ้นมาใช้มาก ๆ โลกเองก็น่าเสียสมดุลมาก ๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 10 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 19:05 น.

Peter AU อ้อ..งานยังไม่สุดนี่เอง..สงครามครั้งใหม่ เลยต้องมาสานต่อให้จบ...หรือพวกอาหรับไม่เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง..พัฒนารูปแบบ การอยู่รอด
ถูกใจ · ตอบกลับ · 7 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 17:50 น.

Ummu Nuha สมันน้อยก็เคยมีอดีตกับ
อังกฤษและฝรังเศส แต่เอาตัวรอดได้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 22:26 น.

Anan Lomsawad เรื่องจริงที่เอามาเล่าแบบนิทาน อ่านแล้วเกิดอารมณ์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 19:26 น.

บารายนา ชิดชม ขอขอบคุณคะ และ ขอให้หายไวไวคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 1:57 น.

Chompunoot Morachat ท่านลุงนิทาน เขาน่าจะหล่อพอๆ กับ ฌอน คอนเนอรี นะคะ หนู Wor Wor เพราะงั้นเขาถึงไม่อยากเผยโฉม เพราะกลัวว่า "ความหล่อ" อาจถึงขั้นทำให้สาวๆ ไม่สนใจเนื้อหาสาระของนิทาน เพราะมัวแต่ไปกริ้ด ความหล่อแทน ...ฮา...จริงไหมคะ ท่านลุง...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 31 สิงหาคม 2014 เวลา 5:40 น.

Oruma Sira ทำไม่รู้สึกว่าเป็นสยามยิ้มไม่ออกละนี้
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 19:37 น.

Nui Cholada Langkulsane ขอบพระคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 18:29 น.

Amy Mulder รู้แล้วก้อต้องช่วยกันนะ สมันน้อย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 7:49 น.

Decha Uppathump ขอบคุณครับ..!
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 18:11 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน