เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 1”

ามประวัติศาสตร์ที่จารึกกันไว้ สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918 แต่ความรุนแรงที่สงครามโลก ได้สร้างทิ้งไว้ในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะยังไม่จบ การโต้แย้งเรื่องเขตแดน ซึ่งกำหนดขึ้นโดยเหล่านักล่าอาณานิคม โดยเฉพาะอังกฤษ เพื่อสนองตัณหาของพวกนักล่า ได้ทิ้งมรดกแห่งความขัดแย้งและความเศร้าสลดใจไว้ในภูมิภาคนี้ อย่างยากที่จะหาทางเยียวยา
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13188
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 1”

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 4:39 pm

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น
นิทานเรื่องจริง เรื่อง “เหยื่อ”
ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 1”
10624751_888105554551259_8875207275907392715_n.jpg
10624751_888105554551259_8875207275907392715_n.jpg (9.13 KiB) เปิดดู 286 ครั้ง

ตามประวัติศาสตร์ที่จารึกกันไว้ สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1918 แต่ความรุนแรงที่สงครามโลก ได้สร้างทิ้งไว้ในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะยังไม่จบ การโต้แย้งเรื่องเขตแดน ซึ่งกำหนดขึ้นโดยเหล่านักล่าอาณานิคม โดยเฉพาะอังกฤษ เพื่อสนองตัณหาของพวกนักล่า ได้ทิ้งมรดกแห่งความขัดแย้งและความเศร้าสลดใจไว้ในภูมิภาคนี้ อย่างยากที่จะหาทางเยียวยา

ที่เมือง Damascus ในซีเรียเกิดสงครามกลางเมืองมากว่า 3 ปีแล้ว และยังไม่เห็นเค้าว่าจะจบลงเมื่อไหร่ กองทัพภาคที่ 4 ของรัฐบาลซีเรีย ขึ้นไปตั้งมั่นอยู่บนภูเขา Kassioun ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติบอกว่า แก๊สพิษที่ถูกยิงลงมาฟุ้งกระจายอยู่บริเวณเมืองชายขอบของ Damascus เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2013 นั้น ถูกยิงมาจากภูเขาดังกล่าว ทำให้มีคนตายไปประมาณ 1,400 คน เป็นยอดคนตายเฉพาะใน 1 วันเท่านั้น ตั้งแต่สงครามกลางเมืองเริ่ม จนถึงปัจจุบัน มีคนตายไปแล้วประมาณ 1.5 แสนคน

Bagdad เมืองที่เคยเป็นวังเก่าในอิรัค 2 ปี หลังจากที่กองทัพอเมริกันถอนออกไป ชาวอิรัคได้มีโอกาสมาเดินเล่นในส่วนที่เรียกว่าเป็น Green – Zone ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ Tigris อีกครั้งหนึ่ง มันเป็นส่วนของเมืองแบกแดด ที่ทหารอเมริกันแอบใช้เป็นที่หลบภัย เมื่อทำให้ทั้งประเทศที่พวกเขาไปครอบครองอยู่ กลายเป็นแดนฆาตกรรมหมู่ ปัจจุบันสถานการณ์ดูเหมือนไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ การเดินเล่นใน Green Zone มีอายุสั้นจริง อีกด้านหนึ่งของกำแพงเป็น Red-Zone การถูกยิง การตายหมู่ กลับกลายมาเป็นเหตุการณ์ประจำวันอีกครั้ง แม้ทหารอเมริกันจะถอยทัพออกไปแล้ว ความสงบก็ไม่ได้กลับมา มีคนตายไปแล้วเป็นหมื่นคน

Beirut เมืองหลวงของเลบานอน เมืองซึ่งเป็นที่ชื่นชมของชาวอาหรับ พวกเขาชอบใช้เบรุตเป็นสถานที่นัดพบ เป็นที่เดินเล่นทอดน่อง จูงมือกัน พักผ่อนหย่อนใจ และแข่งกันทำมาหากิน เป็นเส้นทางขนานคู่ระหว่างศาสนากับโลกีย์ มุสลิมกับคริสเตียน ชีอะห์กับสุหนี่ แล้วกลิ่นไอของการต่อสู้ที่ลิเบีย ซีเรีย และความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน อียิปต์ และอิรัค ก็โชยมาใส่จมูกของชาวเบรุตที่กำลังเดินจูงมือกันอีกครั้ง คำถามเดิม ๆ วนกลับมาเข้ามาในใจของชาวเลบานอน แล้วเบรุตจะรอดไหม เราจะเจอคลื่นความไม่สงบ ความรุนแรงโหมใส่เราอีกครั้งไหม หรือว่ามันมาคอยเราอยู่แล้ว ตรงหัวมุมถนนอันเป็นที่รักของเราในเบรุตนี้เอง

2 ปี หลังจากการลุกฮือเหมือนนัดกันในปี ค.ศ. 2011 สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะย้อนกลับไปทางความสิ้นหวังและเปล่าเปลี่ยวเหมือนอย่างที่ผ่านมา แทบจะไม่มีประเทศใดเลยในภูมิภาคนี้ ที่ไม่เคยผจญกับสงคราม หรือความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา และก็ดูเหมือนว่า จะไม่มีประเทศไหนเลยที่มีภูมิต้านทานแข็งแรงพอ ที่จะรับมือกับการจราจลรอบใหม่ ที่อาจจะระเบิดเป็นวงกว้างไปทั่วภูมิภาค ในอนาคตอันใกล้นี้ ขบวนการที่เรียกว่า Arab Spring ดูเหมือนจะจมโคลนไปแล้ว แทนที่จะงอกงาม หรือไม่ก็ถูกต่อต้าน หรือถูกโค่น ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างดูเหมือนไม่มีวันจบสิ้น

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวภูมิภาคนี้จากสื่อฟอกย้อม คงมองเห็นว่าการต่อต้าน ลุกฮือที่เกิดขึ้นในตูนิเซีย ลิเบีย อียิปต์ และซีเรีย ก็คงเป็นพัฒนาการทางการเมืองตามปรกติของภูมิภาค แต่เปล่าหรอก ความไม่สงบเหล่านั้น มันเป็นหน่อใหม่ที่แตกเพิ่ม มาจากรากเหง้าของความขัดแย้ง ที่เจริญเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดยั้งมา เป็นเวลาประมาณ 100 ปีแล้ว และยังไม่เห็นทีท่าว่าจะสิ้นสุดแต่อย่างไร

ยังไม่มีเหตุการณ์ใด ที่ผลของมันจะสามารถสร้างความตึงเครียดและขัดแย้ง ให้ใหม่สดเสมอ ต่อเนื่องและยาวนานในตะวันออกกลาง ได้เท่ากับผลของสงครามโลกครั้งที่ 1

การสู้รบ ที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า European Civil War ที่หมายถึงช่วงเวลาความรุนแรงที่เขย่ายุโรป ตั้งแต่ ค.ศ. 1914 เป็นต้นมาและสิ้นสุดเอาปี ค.ศ. 1945 ต่อด้วยสงครามเย็น ได้จบลงเมื่อ 1990 แต่สำหรับโลกอาหรับ ความตึงเครียดของพวกเขา ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันยังคงค้างคาอยู่ บรรดาชาวตะวันออกกลาง พบว่าตัวเองจำเป็นต้องไปฝึกหัดเป็นนักไต่ลวดกันถ้วนหน้า พวกเขาไม่ได้เป็นนักไต่ลวดธรรมดา เขาไต่ลวดและถือดาบไล่ฟันกันระหว่างไต่ลวดด้วย

นัก (เขียน) ประวัติศาสตร์ฝรั่งบอกว่า ในภูมิภาคอันกว้างใหญ่ มี 2 ประเทศ คือ อียิปต์ และอิหร่าน ที่ดูเหมือนจะพอประคองตนเองให้อยู่รอดมาได้แม้จะโดนเขย่า โดนโค่นอยู่หลายครั้ง อีก 1 ประเทศ ที่ดูจะชำนาญในการประคองตนเองอย่างหวาดเสียว แม้จะถูกบีบถูกถีบทิ้งหลายครั้ง แต่ก็ลุกขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วคือตุรกี และอีก 1 ประเทศที่แม้ไม่ถนัด ในการประคองตนเองอย่างหวาดเสียว แต่ใช้วิธีทำตัวอ่อน โอนไปตามกระแส เงินและน้ำมัน คือ Saudi Arabia ประเทศทั้ง 4 นี้ ล้อมรอบใจกลางของตะวันออกกลาง ซึ่งมี 5 ประเทศ และ 1 รัฐพิเศษ คือ เลบานอน ซีเรีย จอร์แดน อีรัค อิสราเอล และปาเลสไตน์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน Fromkin เรียกกลุ่มประเทศนี้ว่า ลูก ๆ ของอังกฤษและฝรั่งเศส แต่ผมอยากจะแย้งนักประวัติศาสตร์ฝรั่งทั้งหลายว่า ไม่ว่าจะเป็น 4 ประเทศข้างต้น ก็ดูเหมือนจะเอาตัวรอดยาก แม้ว่าต่างจะฝึกเป็นนักไต่ลวดกันเป็นแถว และพวกประเทศที่ฝรั่งเรียกว่าเป็นลูก ที่นักล่าอาณานิคม “สร้าง” ก็ดูจะเป็นการสร้างขึ้นมาใช้เป็น “ไม้เสี้ยม” ตะวันออกกลาง ให้แตกให้แย้งกันเองอยู่เสมอต่างหาก

ไม่มีกลุ่มประเทศไหน แม้จะมีขนาดเล็กเท่ากับกลุ่มเด็กถูกเสี้ยมข้างต้น ที่จะต้องผจญภัยสงคราม การขัดแย้งทางการเมือง สงครามกลางเมือง การโค่นล้ม การก่อการร้าย ได้มากเท่าที่กลุ่มเด็กถูกเสี้ยมโดน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

เพื่อที่จะเข้าใจความผิดปรกติของสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ เราคงจะต้องตามไปรู้จักหัวหางของเหตุการณ์บางอย่างก่อน เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 รวมทั้งความล้มเหลวของเหล่าผู้ปกครองและการเมืองในตะวันออกกลางเอง ที่ไม่สามารถจะต้านทาน หรือแก้เกมการครอบครอง และครอบงำโดยเหล่านักล่าอาณานิคม โดยเฉพาะชาติอังกฤษ และที่สำคัญ การค้นพบน้ำมัน การก่อตั้งอิสราเอล ก็เป็นปัจจัยที่เพิ่มความขัดแย้งในภูมิภาคนี้

สวัสดีครับ
คนเล่านิทาน
17 สค. 2557

source
https://www.facebook.com/68825895786925 ... 5554551259



ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
โพสต์: 13188
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 21 พ.ค. 2015 12:14 pm
กลุ่ม: ผู้ดูแลระบบ

Re: เรื่อง “เหยื่อ” ตอนที่ 1 : “เสี้ยม 1”

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 24 พ.ค. 2015 4:39 pm

Chompunoot Morachat ค่อย ๆ อ่านอย่างละเลียด...มันแปลก ที่ว่า แทนที่จะหวาดเสียวแทนบรรดาประเทศ "เหยื่อ" ที่ถูกเสี้ยม ทำไมใจดิฉันถึงเสียวปลาบ คิดถึงสมันน้อยไทยแลนด์...ว่า เราเองก็หวิดจะตกจากลวดที่กำลังไต่อยู่...และก็ไม่รู้ชะตากรรมว่า กลุ่มเด็กเสี้ยมทั้งหลายทั้งในและนอกประเทศ จะกลับเข้ามาแผลงฤทธิ์อีกเมื่อใด...
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 20:09 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ถ้าเข้าใจซึ้งถึงคำว่า "เหยื่อ" ก็จะรุ้ซึ้ง ว่ามันน่าเสียวไส้ขนาดไหน ไปถึงไหนบ้าง เขียนเรื่องเมืองอื่น แต่ให้สท้อน นึกถึงสมันน้อย... แน่นอนครับ
ถูกใจ · 20 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 20:25 น. · มีการแก้ไข

Chompunoot Morachat ขอบพระคุณมากค่ะ...เสียวแบบนี้ บ่อย ๆ ก็ไม่ไหวนะคะ...หัวเราะ
ถูกใจ · 1 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 20:25 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Narudsaruk Likitcharoenkron 5555ลุงนิทานมาแย้ววว ชอบภาพนี้จังค่ะให้ความรู้สึกเหมือนกับจะอบอุ่นแต่แฝงความว้าเหว่ ขอบพระคุณค่ะลุงนิทาน ที่มาทำให้เห็นภาพชัดเจนจากเดิมที่มี ??? อยู่ในหัว วันนี้มีคำตอบ ลุงนิทานนี้ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลยอะ นี้ถ้าไม่เป็นอันตรายกันเกินไป อยากจะ คารวะสัก 1 จอก นี้ขนาดหนูดื่มไม่ได้นะยอมมมม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 12 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:34 น. · มีการแก้ไข

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ลุงนิทานก็อยากสักจอกนะคุณหลาน แต่กลัวว่าเสร็จแล้วอาจต้องลงไปนอน เหมือน ดช ตุรกี ตอนถูกนักล่าถีบตกระหว่างไต่ลวดละซี 555
ถูกใจ · 15 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 18:12 น.

Narudsaruk Likitcharoenkron 5555
ถูกใจ · 3 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 18:16 น.

Un Aun Unther 55555+
ถูกใจ · 1 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 20:01 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Nitima Saleng สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้คือ ทำไมกลุ่มประเทศเหล่านี้ จึงไม่่ยอมยลุกขึ้นมาจับมือ แล้วต้านพวก 'เสี้ยม' ด้วยกัน ทำไมพวกเขาจึงไม่รวมพลัง เพื่อหยัดยืนและลุกขึ้นสู้ รักษาอธิปไตยเหนือดินแดน รักษาทรัพยากรอันล้ำค่า และรักษาประชาชนของตัวเอง..
ถูกใจ · ตอบกลับ · 15 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:12 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ใจเย็นๆครับ ตามอ่านนิทาน เหยื่อ ไปเรื่อยก่อน อาจจะเข้าใจขึ้น
ถูกใจ · 19 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 18:14 น.

Nitima Saleng ขอบคุณค่ะ รออ่านอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะค่ะ..
ถูกใจ · 3 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 18:16 น.

Aritouch Chatsirisomboon ต้องศึกษาในวัฒนธรรม รากเหง้าลักษณะนิสัย และวิธีคิดของชนชาติเหล่านี้ครับ แล้วจะรู้ว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเลยที่พวกเค้าจะยอมจับมือกัน
ถูกใจ · 3 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 8:17 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช
เขียนข้อความตอบกลับ...

Maxnas Kongngam คงอีกนานกว่าพวกเขาจะหลุดจากผู้เล่น ผู้ถูกเล่น มาเป็นผู้ดู
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 11:04 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้มีวัน เป็นผู้ดู หรือเปล่า?!
ถูกใจ · 5 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 15:51 น.

Maxnas Kongngam เหมือนคนไทยที่ยังไม่เคยได้รู้ตัวกันว่ามีวาสนาเพียงได้เป็นผู้เล่น โอกาสที่จะได้เป็นผู้ที่มองลงมาช่างห่างไกลเหลือเกิน
ถูกใจ · 2 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 15:54 น.
พงศ์ศิริ วิรวนิช

เขียนข้อความตอบกลับ...


Kriangkrai Phonpatthaphi คุณลุงลุกมาลุยต่อแล้ว หายเหงาในบัดดลเลยผม ขอให้หายวันหายคืนนะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 1:09 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น ผมก็หายเหงา ดีใจได้คุยกับลูกหลานครับ
ถูกใจ · 7 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 2:34 น.

Oruma Sira มีให้โหลดไม่ค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 22:16 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น รอจบก่อน แล้วจะทำลิงค์ครับ
ถูกใจ · 6 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 2:35 น.

โชคชัย ธนะพงศ์พิทยา เฮ......กลับมาแล้ว. Top form เหมือนเดิม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:37 น.

นิทานเรื่องจริง ตำนานการลวง หลอกล่อ ลงหม้อตุ๋น หวังว่าจะถูกใจ นะครับ
ถูกใจ · 10 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 18:15 น.

Yuttakarn Chansriwong อาจารย์หายไปนานเลยนะครับ แฟนๆคิดถึง อย่างไรก็รักษาสุขภาพด้วยครับผม ^^
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:35 น.

Pom Theblues ^__^
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:23 น.

Phakpurin Pimatukan เย้ๆ มาแล้วๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:02 น.

Peerapat Suwaisayawan ขอบคุณที่เปิดโลกทัศน์ให้ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 19 สิงหาคม 2014 เวลา 22:42 น.

Sathit Phong รบกัน ผลัดกันเป็นใหญ่ ขาดการรักพวกพ้องแท้จริง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 8:46 น.

Chanjui Rainbow ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 สิงหาคม 2014 เวลา 20:40 น.

Ratchanida Sihabut ภาวนาเอาใจช่วยให้ลุงนิทานสุขภาพแข็งแรงขึ้นไวไวค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 20:28 น.

ประชาชน รักชาติ หายดีแล้วหรือครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 19:58 น.

Kanya Dunn เย้ๆๆลุงกลับแล้ว สุขภาพแข็งแรงแล้วน่ะคะ.
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 19:55 น.

Nui Cholada Langkulsane มาแล้วๆ หนูเม้นท์ก่อนอ่าน อิอิ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:51 น.

Pissanu Phattanawat มาถึงก็เพิ่มดีกรีเลยนะครับคุณลุง
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:33 น.

ธีรศักดิ์ โกเมฆ ขอบคุณครับ รอติดตามครับคุณลุงคนเล่าริทาน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:21 น.

Noppaklao Klaewkla เย้ๆๆมีนิทานมาให้อ่านแล้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:13 น.

Watt Supaksirikul ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:09 น.

Manit Seng ขอบคุณมากครับ.
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:09 น.

Kae Tipayasawate ^^ ขอบคุณค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:05 น.

ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต หันหลังจะพบฝั่ง มาแล้วๆ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 สิงหาคม 2014 เวลา 17:02 น.


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน